ออกซิเจนโซลาร์สปา

ออกซิเจน โซลาร์ สปา

โดยปกติภายในร่างกายของมนุษย์เราจะผลิตสารอนุมูลอิสระ (Oxidant) ตลอดเวลา เป็นผลิตผลที่เกิดจากการสันดาปพลังงานของร่างกายเป็นส่วนใหญ่ ร่างกายจะเร่งผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ในยามเครียด โกรธ หรือต้องทำงานหนัก ใช้สมองมาก รวมทั้งการได้รับสารพิษ ควันพิษ มลภาวะต่างๆ การดื่มสุรา สูบบุหรี่ จะยิ่งเป็นตัวสร้างให้เกิดสารอนุมูลอิสระมากขึ้น รวมไปถึงการทานยา การได้รับสารรังสี ความเจ็บป่วย อาหารประเภททอด อาหารหวานจัด เป็นสาเหตุให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นมากด้วย

เชื่อกันว่าสารอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำลายโครงสร้างเซลล์ประสาทและสมอง เป็นต้นเหตุให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งนำไปสู่ความชราภาพและความเจ็บป่วยโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคภูมิแพ้ เป็นต้น

สารต้านอนุมูลอิสระจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องทานเข้าไปทุกวันในรูปของสารอาหารต่างๆ เช่น วิตะมินซี วิตะมินอี เป็นต้น

สำหรับสปาแล้ว ขณะนี้มีเครื่องออกซิเจน โซลาร์ สปา ที่ได้รับความสนใจจากสปาหลายแห่ง และจากโรงพยาบาล โดยมีผู้ใช้บริการจำนวนมากเนื่องจากทำได้ง่าย ราคาไม่แพง แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่า

ประโยชน์ของออกซิเจน
ทุกเซลล์ในร่างกายมนุษย์ต้องการออกซิเจนใหม่จากเลือด ที่เป็นตัวพาออกซิเจนมาสู่เซลล์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา หากร่างกายขาดออกซิเจนจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยไม่สบาย ดังนี้

อาการชา
อาการคันตามร่างกาย
อักเสบ อาการบวม อาการมือเท้าแข็ง ฯลฯ
ขณะเดียวกันก็อาจเกิดอาการตาพร่ามัว เหนื่อยง่าย ขาดออกซิเจนมาก ทำให้หัวใจหยุดทำงาน สมองตาย ด้วยเหตุนี้การได้รับออกซิเจนใหม่เข้าประสานงานกับสารบางอย่างในร่างกายเพื่อผลิตพลังงาน จึงทำให้มนุษย์มีชีวิตและดำรงอยู่ต่อไปได้

สปาแบบไทยแท้

สปาไทยพื้นบ้าน
คือ “สปา” ที่เกิดจากการฟื้นฟูภูมิปัญญาพื้นบ้านดั้งเดิมของคนไทยในด้านการดูแลสุขภาพแบบโบราณ นำมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบสปา โดยยังดำรงรักษาแบบพื้นบ้าน เช่น การอาบสมุนไพร การอบสมุนไพร การนวดสมุนไพรไทย การแช่น้ำสมุนไพร การนวดประคบ ขัดผิว การอยู่ไฟหลังคลอดบุตร ตามวิถึธรรมชาติของบรรพบุรุษชาติไทย ที่มีความเรียบง่ายและมีกลิ่นไอพื้นบ้านของไทย ผู้ให้บริการในสปาไทยพื้นบ้าน มักมีความสามารถในเชิงบำบัดเทียบได้ใกล้เคียงกับหมอพื้นบ้านในอดีต โดยเน้นการผ่อนคลายและการบำบัดโรคบางชนิด สถานที่ของสปาไทยพื้นบ้านจะมีการตกแต่งโดยใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น ในรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยอาจจะจัดสถานที่บริการให้มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านหรือสวน และนำเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไทยมาประยุกต์ให้เข้ากับบรรยากาศของสปา

สปาแบบไทยประยุกต์

เป็นการให้บริการ “สปา” ที่ผสมผสานระหว่างสปาตะวันตกและสปาแบบตะวันออกเข้าด้วยกัน โดยนำเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการสปา ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นพื้นบ้านของไทย สปาในรูปแบบนี้เรียกกันว่า “สปาไทย”

สปาแบบตะวันตก

เป็นการให้บริการ “สปา” ในรูปแบบที่เน้นต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย มีราคาสูงจากต่างประเทศ ผู้ให้บริการด้านสปาต้องเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ทั้งยังต้องสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับสปา แก่ผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี เครื่องมือที่ใช้ เช่น ออกซิเจน โซลาร์ สปา เครื่องอบเซาวน่า เครื่องอินฟราเรด เซาวน่า เป็นต้น

Ear Candeling

สปาหู
Ear Aromatherapy หรือ Ear Candeling

ความเครียดจากงาน… อาการปวดหูจาการใช้โทรศัพท์… หรือกม้กระทั่งคนที่เป็นไซนัส… ตลอดจนระบบทางเดินหายใจติดขัด… ปัญหาเหล่านี้สามารถทุเลาลงได้ด้วยวิธีการง่ายๆ กับศาสตร์บำบัดยอดฮิตที่เรียกว่า… “สปาหู” คำว่า “สปาหู” คงไม่เป็นที่คุ้นเคยเหมือน สปาทั่วไป ทั้งๆที่เป็นศาสตร์บำบัดดั้งเดิมของมนุษย์ และปัจจุบันเมืองไทยก็นำศาสตร์พวดนี้มาเปิดบริการ โดยการบำบัดด้วยควันจากเทียน เพื่อนวดเส้นประสาทในหู ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบร่างกาย

ศาสตร์บำบัดเก่าแก่ของชนเผ่าอินเดียแดงแห่งลุ่มแม่น้ำอริโซนา ก็คือพวกเขานำเทียนขี้ผึ้งผสมสมุนไพร และน้ำมันหอมระเหย ทำเป็นแท่งเทียนมีแกนกลางที่กลวง ใช้ต่อเชื่อมเข้าไปในรูหู แล้วจุดเทียนเพื่อให้เกิดควันและความร้อนอ่อนๆ ผ่านเข้าไปในช่องหู ส่งผลให้เนื้อเยื่อภายในถูกกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองภายในศีรษะ และคอ ช่วยผ่อนคลายปรับสมดุล ปรับความดัน ต่างๆ รวมทั้งอาการหวัด ไมเกรน ปวดหู ศาสตร์นี้ ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างแพร่หลายในแถบยุโรป และอเมริกา เป็นศาสตร์ที่พวกเราคนไทยรู้จักกันในนามว่า สปาหู หรือ Ear Aromatherapy หรือ Ear Candeling

สรรพคุณเทียน “สปาหู”
ใช้รักษาอาการไซนัส ไข้หวัด อาการภูมิแพ้ เจ็บคอเจ็บหู ลดอาการปวดเมือยเนื่องจากความดันที่สูงและต่ำ การกรน การอักเสบ ในช่องไซนัส ต่อมน้ำเหลือง การบวมของต่อมภายในหู ภาวะหูตึง ระบบการทรงตัวไม่ดี ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น

ลดอาการคันและบำบัดอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน
ขจัดแบคทีเรีย บำรุงเส้นประสาทสมองให้ สดชื่น
ช่วยลดอาการตรึงเครียดในสมอง
ช่วยลดอาการซึมเศร้า ขี้หลงขี้ลืม
ลดความตรึงเครียดและความกดดันในสมอง
สร้างความสดชื่นให้สมอง
ทำให้ช่องหูสอาด
การทำ ” สปาหู ” อย่างถูกวิธี
จำเป็นต้องเข้าใจถึงหลักการและขั้นตอนเสียก่อน
“สปาหู” เป็นธรรมชาติบำบัดรูปแบบหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนรักสุขภาพแถบยุโรปและอเมริกา เป็นศาสตร์แห่งการบำบัดเก่าแก่ของชนเผ่าอินเดียแดงแถบลุ่มแม่น้ำอริโซน่า ที่นำขี้ผึ้งผสมสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหย ทำเป็นแท่งเทียนที่แกนกลาง กลวงและใช้ต่อเชื่อมเข้าไปบริเวณรูหู และจุดไฟเทียนที่ปลายอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้เกิดควันและความร้อนอ่อนๆ ผ่านเข้าไปในช่องหูด้านนอก อันจะส่งผลต่อเนื้อเยื่อภายในโดยรอบหูพร้อมทั้งกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองภายในศรีษะและคอ

วิธีการทำสปาผม

สปาผม”
วิธีการทำสปาผม
สูตรครีมดีท็อกซ์ผม
ทางเลือกใหม่…เพื่อคนรักผม

ในยุคที่แฟชั่นเปลี่ยนสีผมได้รับความนิยมสูงในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นสาวใหญ่ สาวน้อย หรือชายเจ้าสำอาง ต่างย้อมสีผมให้เห้นอยู่ทุกมุมเมือง ทว่าย้อมบ่อยครั้งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้สุขภาพเส้นผมที่เคยเงาสลวยแตกปลายหรือกระด้าง ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดธุรกิจแนวใหม่คือ “สปาผม” โดยพึ่งพืชสมุนไพรไทย ปัญหาของคนจำนวนมากที่ผ่านการย้อมผม เปลี่ยนสีผม ดัดผม เป่าผม หนีบผม รวมไปถึงการใช้ยาสนะผม บำรุงผมที่มีสารเคมี ทำให้ผมขาดความเงางามและเสียง่าย ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เริ่มมองหาวิธีการใหม่ ๆ ที่ชะช่วยให้ผมกลับมามีสุขภาพดีดังเดิม

การคืนสู่ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ดีที่สุด จึงมีการคิดสูตรแชมพูและครีมนวดสูตรต่าง ๆ ที่ทำจากสมุนไพรสด เช่น มะกรูด ขิง ตะไคร้ ประคำดีควาย อันชัน ว่านหางจระเข้ และถั่วเหลือง เพื่อสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และผู้ที่ให้บริการด้านการทำ “สปาผม” นอกจากจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และวิธีการใช้แล้ว ยังจะต้องมีความรู้ในเรื่องการนวดศรีษะ ต้นคอ ไหล่และหลังควบคู่ไปด้วย ซึ่งขั้นตอนการนวดจะช่วยให้เลือดหมุนเวียนที่เป็นส่วนสำคัยในการช่วยให้สุขภาพของผมและหนังศรีษะดีขึ้น

สำหรับขั้นตอนการทำ “สปาผม”
คือขั้นตอนการดูแลหนังศรีษะและเส้นผม ที่เริ่มจากการสระผมให้สะอาด แล้วหมักด้วยครีมดีทอกซ์ ที่ช่วยในการล้างพิษและเชื้อโรคบนหนังศรีษะ และยังช่วยเปิดกระเปาะผม ที่จะช่วยให้เซลล์ผมงอกได้ง่าย ในระหว่างที่หมัก จะมีการนวดศรีษะร่วมด้วย เพื่อให้เลือดไหลเวียนหล่อเลี้ยงหนังศรีษะและรากผม แล้วทิ้งไวประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดหมาดๆ ใส่แฮร์โทนิคบำรุงรากผม

เทคนิคการนวด คอ แขน มือ

1. เทคนิควิธีการนวดดันรักแร้
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย หงายฝ่ามือ วางแขนไว้ข้างลำตัว
เทคนิควิธีการนวดดันรักแร้
- ผู้นวดนั่งข้างลำตัวด้านซ้ายของผู้รับการนวด นั่งทับขาขวา ขาซ้ายเหยียดตึง
- ผู้นวดสอดฝ่าเท้าทาบรักแร้ด้านซ้ายของผู้รับการนวด พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างจับมือซ้ายของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดดันรักแร้
- ออกแรงดันรักแร้ พร้อมกับดึงแขนของผู้รับการนวดเข้าหาตัวผู้นวด แขนเหยียดตึง เอนลำตัวไปด้านหลัง แล้วคลาย ทำสลับไปมาหลาย ๆ ครั้ง
- คลึงบริเวณหัวเข่าเบา ๆ
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับแขนข้างขวา

2. เทคนิควิธีการนวดหมุนข้อมือ
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย หงายฝ่ามือ วางแขนไว้ข้างลำตัว
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างลำตัวด้านซ้ายของผู้รับการนวด ใช้ฝ่ามือซ้ายสอดประสานกับมือซ้ายของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดหมุนข้อมือ เทคนิควิธีการนวดหมุนข้อมือ
- ใช้มือขวาจับข้อมือซ้ายของผู้รับการนวด
- ใช้มือซ้ายหมุนข้อมือของผู้รับการนวดไปมาหลาย ๆ รอบ
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับข้อมือข้างขวา

3. เทคนิควิธีการนวดดึงแขนด้วยท่ายืน
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย หงายฝ่ามือ วางแขนไว้ข้างลำตัว
เทคนิควิธีการนวดดึงแขนด้วยท่ายืน
- ผู้นวดยืนเหนือศีรษะของผู้รับการนวด แล้วให้ผู้รับการนวดยกมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะ
- ผู้นวดจับมือของผู้รับการนวดให้แน่น ออกแรงดึงแขนของผู้รับการนวดในแนว 45 องศา ดึงแล้วคลาย ทำซ้าหลายๆ ครั้ง

4. เทคนิควิธีการนวดกดเส้นบนหลังมือ
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว
เทคนิควิธีการนวดกดเส้นบนหลังมือ เทคนิควิธีการนวดกดเส้นบนหลังมือ
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างลำตัวด้านซ้ายของผู้รับการนวด ใช้มือซ้ายจับข้อมือข้างซ้ายของผู้รับการนวดวางบนตัก แล้วใช้มือขวากดไล่ไปมาตามความยาวของเส้นเอ็นทั้งห้าเส้น
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับมือข้างขวา

5. เทคนิควิธีการนวดกดประสานฝ่ามือ
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว
เทคนิควิธีการนวดกดประสานฝ่ามือ เทคนิควิธีการนวดกดประสานฝ่ามือ
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างลำตัวด้านซ้ายของผู้รับการนวด
- ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างสอดประสานกันกับมือซ้ายของผู้รับการนวด จากนั้นให้กดฝ่ามือและกดนิ้วหัวแม่มือพร้อม ๆ กัน ไล่ไปมาให้ทั่วทั้งฝ่ามือ
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับมือข้างขวา

6. เทคนิควิธีการนวดหมุน กดและดึงนิ้ว
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างลำตัวด้านซ้ายของผู้รับการนวด ใช้มือซ้ายจับฝ่ามือซ้ายของผู้รับการนวดวางบนตัก ใช้มือขวาจับนิ้วแต่ละนิ้วหมุนไปมาหลาย ๆ ครั้ง
เทคนิควิธีการนวดหมุน กดและดึงนิ้ว เทคนิควิธีการนวดหมุน กดและดึงนิ้ว
- จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้นวดแต่ละนิ้ว ขึ้นลงทีละนิ้ว
- ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ดึงนิ้วทีละนิ้วหลาย ๆ ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับมือข้างขวา

7. เทคนิควิธีการนวดกดข้อมือ
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว
เทคนิควิธีการนวดกดข้อมือเทคนิควิธีการนวดกดข้อมือ
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างลำตัวด้านซ้ายของผู้รับการนวด โดยตั้งเข่าซ้ายขึ้น
- จับฝ่ามือซ้ายของผู้รับการนวด ทาบกดบนหน้าแข้งของผู้นวด พร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้าง นวดฝ่ามือด้านล่างและข้อมือ นวดด้วยความแรงพอสมควรหลาย ๆ รอบ
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับมือข้างขวา

8. เทคนิควิธีการนวดกดคอ
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว ไม่ต้องมีหมอนรองศีรษะ
เทคนิควิธีการนวดกดคอ เทคนิควิธีการนวดกดคอ
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าอยู่เหนือศีรษะของผู้รับการนวด ใช้ฝ่ามือซ้ายรองรับท้ายทอยของผู้รับการนวด
- จากนั้นใช้นิ้วมือขวากดนวดไล่ไปมาให้ทั่วลำคอด้านขวาของผู้รับการนวด
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับคอข้างซ้าย

9. เทคนิควิธีการนวดใบหู
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว ไม่ต้องมีหมอนรองศีรษะ
เทคนิควิธีการนวดใบหู เทคนิควิธีการนวดใบหู
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าอยู่เหนือศีรษะของผู้รับการนวด
- วางฝ่ามือประกบใบหูแต่ละข้างของผู้รับการนวดเอาไว้ กดใบหูค้างไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วคลาย ทำซ้ำประมาณ 5 ครั้ง

10. เทคนิควิธีการนวดใบหน้าและศีรษะ
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว ไม่ต้องมีหมอนรองศีรษะ
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าอยู่เหนือศีรษะของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดใบหน้าและศีรษะ เทคนิควิธีการนวดใบหน้าและศีรษะ
- ผู้นวดวางนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างลงบนตีนผมกึ่งกลางหน้าผากของผู้รับการนวด ส่วนนิ้วที่เหลือประคองใบหน้าบริเวณข้างขมับเอาไว้
- ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดไล่ไปตามทิศทางที่กำหนดไว้ดังรูป ทำซ้ำหลาย ๆ รอบ

11. เทคนิควิธีการนวดยืดลำคอ
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ปล่อยตัวตามสบาย วางแขนไว้ข้างลำตัว ไม่ต้องมีหมอนรองศีรษะ
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าอยู่เหนือศีรษะของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดยืดลำคอเทคนิควิธีการนวดยืดลำคอ
- ใช้ฝ่ามือทั้งสอง หนุนใต้ลำคอและท้ายทอยของผู้รับการนวด แล้วออกแรงดึงเบา ๆ โดยจะต้องออกแรงดึงเป็นแนวเส้นตรงเสมอ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

ประโยชน์ของการนวดขา

ประโยชน์ของการนวดขา

ช่วยทำให้ข้อต่อสะโพกหมุนคล่องขึ้น
ช่วยบรรเทาอาการปวดขาและข้อต่อ
ช่วยทำให้สะโพกกระชับได้สัดส่วน
ช่วยทำให้เส้นทุกเส้นมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
บรรเทาอาการสะโพกเคล็ดขัดยอก
บรรเทาอาการปวดเข่า และอาการปวดหลัง

เทคนิคการนวดขา

ก่อนที่จะเริ่มต้นในการนวดขา
ควรทำความเข้าใจเส้นที่ขาอยู่ตรงบริเวณไหนบ้าง
และจะต้องนวดกระตุ้นให้ครบทุกเส้นด้วย

“เส้นม้าม” เทคนิควิธีการนวดแผนโบราณ (นวดแผนไทย-นวดไทย) นวดขา (1/2)
• เส้นม้าม
เส้นนี้เริ่มต้นที่กระดูกข้อเท้าด้านในส่วนล่าง ไล่มาตามขอบกระดูกหน้าแข้งจนถึงกระดูกเข่า จากนั้นไล่มาตามกระดูกต้นขาด้านบนจนถึงขาหนีบ

” เส้นตับ” เทคนิควิธีการนวดแผนโบราณ (นวดแผนไทย-นวดไทย) นวดขา (1/2)
• เส้นตับ
เส้นนี้เริ่มต้นที่กระดูกข้อเท้าด้านในส่วนบน ไล่มาตามส่วนกลางของกล้ามเนื้อน่องจนถึงใต้ระดับเข่า เว้นระยะห่างเล็กน้อย แล้วไล่ขนานมากับเส้นม้ามจนถึงขาหนีบ

“เส้นไต ” เทคนิควิธีการนวดแผนโบราณ (นวดแผนไทย-นวดไทย) นวดขา (1/2)
• เส้นไต
เส้นนี้มีจุดเริ่มต้นอยู่ระหว่างเอ็นร้อยหวายกับกระดูกข้อเท้าด้านใน แล้วไล่มาตามน่องจนมาถึงข้อพับเข่าด้านใน ไล่มาตามใต้ต้นขาจนถึงขาหนีบ

” เส้นท้อง” เทคนิควิธีการนวดแผนโบราณ (นวดแผนไทย-นวดไทย) นวดขา (1/2)
• เส้นท้อง
เส้นนี้เริ่มตั้งแต่บริเวณกระดูกข้อเท้าส่วนหน้า ไล่ขนานขึ้นมากับขอบกระดูกหน้าแข้งจนมาถึงใต้หัวเข่า แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้งบริเวณเหนือกระดูกสะบ้าไล่ไปจนถึงกระดูกข้อต่อสะโพก

“เส้นกระเพาะปัสสาวะ” เทคนิควิธีการนวดแผนโบราณ (นวดแผนไทย-นวดไทย) นวดขา (1/2)
• เส้นกระเพาะปัสสาวะ
เส้นนี้เริ่มต้นที่บริเวณระหว่างเอ็นร้อยหวายกับกระดูกข้อเท้าด้านนอก ไล่มาตามบริเวณกลางน่องด้านหลังจนถึงกลางต้นขาด้านหลัง

 

1. เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน
- ผู้รับการนวดนอนหงายกับพื้น ทิ้งน้ำหนักลงบนแผ่นหลัง เหยียดขาตรง แยกขาจากกันพอประมาณ
เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงปลายเท้าของผู้รับการนวด หันหน้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด
- ใช้ฝ่ามือบีบนวดบริเวณฝ่าเท้าและข้อเท้าด้านใน โดยทิ้งน้ำหนักตัวไปทางด้านขวาพร้อมกับการบีบนวด หลังจากนั้นโยกตัวมาด้านซ้ายทิ้งน้ำหนักตัวไปทางด้านซ้ายพร้อมกับการบีบนวด ทำสลับไปมา
- ค่อยๆ บีบนวดไล่ไปจนถึงขาหนีบ จากนั้นบีบนวดกลับมาที่เดิม
เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน
- คลึงบริเวณหัวเข่าเบา ๆ
- ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

2. เทคนิควิธีการนวดขาด้านใน
- ผู้รับการนวดนอนหงายตามสบาย ขาเหยียดตรง ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนแผ่นหลัง
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงหว่างขา หันหน้าไปทางขาขวา
เทคนิควิธีการนวดขาด้านใน เทคนิควิธีการนวดขาด้านใน
- บีบนวดบริเวณใต้หัวเข่าและเหนือเข่าด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง
- นวดขึ้นนวดลงสลับกันหลาย ๆ รอบ จนกว่าจะจับครบทุกเส้น
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

3. เทคนิควิธีการนวดขาด้านนอก
- ผู้รับการนวดนอนหงายในท่าผ่อนคลาย ขาเหยียดตรงตามสบาย ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนแผ่นหลัง
- ผู้นวดนั่งข้างขวา หันหน้าเข้าหาผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดขาด้านนอกเทคนิควิธีการนวดขาด้านนอก
- บีบนวดบริเวณหัวเข่าและใต้หัวเข่าด้วยมือทั้งสองข้าง
- นวดขึ้นนวดลงสลับกันหลาย ๆ รอบ จนกว่าจะนวดครบทุกเส้น
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

4. เทคนิควิธีการนวดพับขา
ท่าที่ 1
- ผู้รับการนวดนอนหงายในท่าพับขาขวา
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงปลายเท้า หันหน้าเข้าหาผู้รับการนวด
- ผู้นวดยกเท้าขวาไปวางบนต้นขาขวาของผู้รับการนวด กดฝ่าเท้าลงไปตามความโค้งของต้นขา
เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 1เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 1
- มือขวาจับที่สะโพก มือซ้ายจับที่เข่าขวา เพื่อพยุงและรองรับน้ำหนักตัว
- ทิ้งน้ำหนักลงที่ปลายนิ้วและส้นเท้า กดค้างไว้สักครู่และคลาย ไล่ขึ้นลงให้ทั่วทั้งต้นขาและน่องหลาย ๆ รอบ
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

ท่าที่ 2
- ผู้รับการนวดนอนหงาย ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงปลายเท้า หันหน้าเข้าหาผู้รับการนวด พับขาขวา
- พับขาขวาของผู้รับการนวดขึ้นมาเป็นรูปสามเหลี่ยม จนเท้าแนบกับขาซ้าย
เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 2
- พยุงสะโพกซ้ายด้วยมือขวา
- ใช้มือซ้ายนวดต้นขาและน่องไปมา โดยจะต้องจับให้ถูกเส้นอย่างสม่ำเสมอ
เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 2
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

ท่าที่ 3
- ผู้รับการนวดนอนหงายในท่าพับขาขวา
เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 3เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 3
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงปลายเท้า หันหน้าเข้าหาผู้รับการนวด
(รูป 41)
- วางข้อมือบรรจบกันแล้วนวดไปที่ต้นขาขวา นวดขึ้นนวดลงให้ถูกเส้นอย่างสม่ำเสมอ
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

ท่าที่ 4
- ผู้รับการนวดนอนหงายในท่าพับขาขวา
เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 4
- ผู้นวดนั่งเหยียดขาหันหน้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 4
- ใช้ฝ่าเท้าซ้ายดันต้นขาขวาด้านใน มือซ้ายจับปลายเท้าขวา มือขวาจับปลายเท้าซ้าย
- นวดต้นขาขวาด้วยฝ่าเท้า ในขณะที่มือทั้งสองข้างดึงขาไว้
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

ท่าที่ 5
- ผู้รับการนวดนอนหงายในท่าพับขาขวา ผู้นวดนั่งเหยียดขาหันหน้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 5เทคนิควิธีการนวดพับขา ท่าที่ 5
- ใช้เท้าซ้ายดันข้อพับของขาขวา เท้าขวาดันต้นขาขวาด้านใน
- มือซ้ายจับส้นเท้าขวาของผู้รับการนวดขึ้นมาวางบนเข่าขวาผู้นวด มือขวาจับข้อเท้าซ้าย
- ใช้เท้าขวานวดไปมาบริเวณต้นขาด้านในหลาย ๆ รอบ
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

5. เทคนิควิธีการนวดยกขาและดันขา
- ผู้รับการนวดนอนหงายกับพื้น ปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย
เทคนิควิธีการนวดยกขาและดันขา
- ผู้นวดนั่งคุกเข่า หันหน้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด พร้อมกับยกขาขวาของผู้รับการนวดขึ้นพาดไหล่ซ้าย
- เข่าขวากดต้นขาซ้ายของผู้รับการนวดเอาไว้ มือขวาจับข้อเท้าขวา มือซ้ายจับเข่าขวา
เทคนิควิธีการนวดยกขาและดันขา
- จากนั้นให้ดันขาออกไปจนตั้งตรง พร้อมกับยืดลำตัวขึ้นของผู้นวด
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

6. เทคนิควิธีการนวดยกขาตรง
- ผู้รับการนวดนอนหงายในท่าผ่อนคลาย ขาเหยียดตรงตามสบาย ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนแผ่นหลัง แขนวางข้างลำตัวตามสบาย
เทคนิควิธีการนวดยกขาตรง
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างสะโพกด้านขวาของผู้รับการนวด มือขวาจับที่ต้นขา มือซ้ายจับที่ข้อเท้า
เทคนิควิธีการนวดยกขาตรง
- จากนั้นยกขาขวาของผู้รับการนวดขึ้น พร้อมกับกดนวดต้นขาด้านในให้ทั่วด้วยน้ำหนักที่แรงพอสมควร
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

7. เทคนิควิธีการนวดแกว่งขา
- ผู้รับการนวดนอนหงายกับพื้น แยกขาออกจากกันเล็กน้อย
เทคนิควิธีการนวดแกว่งขา
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงหว่างขาของผู้รับการนวด หันหน้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด
- มือขวาพยุงต้นขาขวาของผู้รับการนวดเอาไว้ มือซ้ายจับที่ข้อเท้าขวา
เทคนิควิธีการนวดแกว่งขา
- ยกขาของผู้รับการนวดขึ้น แล้วดันออกไปด้านข้างให้มากที่สุด ค้างไว้ 3-5 วินาที แล้วดึงกลับมา ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

8. เทคนิควิธีการนวดพับขาดอกบัวครึ่งดอก
- ผู้รับการนวดนอนหงายกับพื้น พับขาขวาโดยให้ข้อเท้าพาดอยู่บนเข่าซ้ายของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดพับขาดอกบัวครึ่งดอก
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงท่อนขาขวาที่พับอยู่ของผู้รับการนวด หันหน้าไปทางศีรษะ โดยใช้เข่าดันขาขวาของผู้รับการนวดเอาไว้
- จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจับต้นขาแต่ละข้างของผู้รับการนวด แล้วบีบนวดตลอดต้นขาให้ถูกเส้นอย่างสม่ำเสมอ
เทคนิควิธีการนวดพับขาดอกบัวครึ่งดอก
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

9. เทคนิควิธีการนวดยกสะโพก
- ผู้รับการนวดนอนหงายกับพื้น ขาซ้ายเหยียดตึง ขาขวาตั้งขึ้นพาดขาซ้าย โดยให้เท้าขวาวางแนบเข่าซ้าย ทึ้งน้ำหนักตัวลงบนแผ่นหลัง
เทคนิควิธีการนวดยกสะโพก
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงปลายเท้าของผู้รับการนวด แล้วยกขาขวาตั้งยันพื้นในลักษณะคร่อมขาซ้ายของผู้รับการนวด
- มือซ้ายจับที่สะโพกด้านขวาของผู้รับการนวด มือขวาจับที่เข่าขวา
เทคนิควิธีการนวดยกสะโพก
- ค่อย ๆ ดันเข่าขวาไปทางซ้ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นผ่อนแรงเล็กน้อยแล้วดันอีกประมาณ 5-6 ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

10. เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน
- ผู้รับการนวดนอนหงายกับพื้น เหยียดขาแยกออกจากกันพอประมาณ
เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าตรงปลายเท้าของผู้รับการนวด หันหน้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด
- ใช้ฝ่ามือบีบนวดบริเวณฝ่าเท้าและข้อเท้าด้านใน เท้าขวาของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน เทคนิควิธีการนวดเท้าและขาด้านใน
- ค่อย ๆ นวดเลื่อนขึ้นไปจนถึงขาหนีบและบีบนวดกลับลงมาที่เดิม
- คลึงหัวเข่าเบา ๆ หากคลึงแรง ๆ จะเป็นอันตราย ทำซ้ำ 4-5 ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับขาข้างซ้าย

11. เทคนิควิธีการนวดยันสะโพกด้วยเท้า
- ผู้รับการนวดนอนหงายกับพื้น เหยียดขาแยกออกจากกันพอประมาณ ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนแผ่นหลัง
เทคนิควิธีการนวดยันสะโพกด้วยเท้า
- ผู้นวดนั่งเหยียดขาตรงข้างลำตัวด้านขวาของผู้รับการนวด หันหน้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดยันสะโพกด้วยเท้า
- ใช้มือขวาจับส้นเท้าขวาของผู้รับการนวด ในขณะที่มือซ้ายจับที่ปลายเท้า ยกขาขวาขึ้นพอให้น่องขนานกับพื้น
เทคนิควิธีการนวดยันสะโพกด้วยเท้า
- ยกเท้าซ้ายขึ้นมายันสะโพกด้านขวาของผู้รับการนวด
- ดึงขาขวาของผู้รับการนวดเข้าหาตัว จนรู้สึกว่าขาของผู้นวดเหยียดตึง ผ่อนแล้วทำซ้ำอีก 3-5 ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน กับสะโพกด้านซ้าย

12. เทคนิควิธีการนวดพับขาแนบสะโพก
เทคนิควิธีการนวดพับขาแนบสะโพก
- ผู้รับการนวดนอนหงาย เหยียดขาแยกออกจากกันพอประมาณ ขาขวาตั้งขึ้น ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนแผ่นหลัง
เทคนิควิธีการนวดพับขาแนบสะโพก
- ผู้นวดนั่งคุกเข่าข้างขาขวาของผู้รับการนวด มือขวาจับต้นขา มือซ้ายจับหัวเข่า แล้วพับขาให้ส้นเท้าแตะสะโพก ทำค้างไว้สักครู่ ทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง

เทคนิคการนวดฝ่าเท้า

1. เทคนิควิธีการนวดเส้นบนฝ่าเท้า
ฝ่าเท้ามีเส้นอยู่ทั้งหมด 5 เส้น ทุกเส้นจะเริ่มต้นจากจุดเดียวกันแล้วพุ่งไปยังนิ้วเท้าทั้งห้านิ้ว
เทคนิควิธีการนวดเส้นบนฝ่าเท้า
การเริ่มต้นในการนวดเพื่อผ่อนคลายนั้น ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบริเวณตอนกลางของส้นเท้า จากนั้นค่อย ๆ กดไปตามแนวเส้นไปยังแต่ละนิ้วจนครบห้าเส้นหลาย ๆ รอบ แล้วย้ายไปทำเท้าอีกข้างหนึ่ง เหมือนกัน

2. เทคนิควิธีการนวดฝ่าเท้าพร้อมกันทั้งสองข้าง
- คุกเข่าลงที่ปลายเท้าของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดฝ่าเท้าพร้อมกันทั้งสองข้างเทคนิควิธีการนวดฝ่าเท้าพร้อมกันทั้งสองข้าง
- ยืดแขนให้ตึงเพื่อให้สามารถทิ้งน้ำหนักตัวลงบนฝ่ามือได้เต็มที่ และรักษาระดับของการทิ้งน้ำหนักให้ดี
- ใช้มือทั้งสองข้างจับที่ข้อเท้าด้านใน
- กดไล่น้ำหนักด้วยนิ้วหัวแม่มือและฝ่ามือไปจนถึงนิ้วเท้า

3. เทคนิควิธีการนวดข้างเท้า
- ให้ผู้รับการนวดวางเท้าหงาย ด้านนอกเท้าราบติดพื้น
เทคนิควิธีการนวดข้างเท้า เทคนิควิธีการนวดข้างเท้า
- ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปที่ข้างเท้าด้านใน กดค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที แล้วค่อย ๆ คลาย
- จากนั้นให้พับฝ่าเท้าเข้ามา วางฝ่ามือลงบนหลังเท้า แล้วกดเท้าพับลงไป กดค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที แล้วค่อย ๆ คลาย
- ทำเช่นนี้สลับกัน 3-4 ครั้ง

4. เทคนิควิธีการนวดประสานฝ่าเท้า
- ประสานฝ่าเท้าของผู้รับการนวดเข้าด้วยกัน ครั้งแรกให้วางเท้าขวาทับเท้าซ้ายก่อน
- ประสานฝ่ามือทั้งสองของผู้นวดบนหลังเท้า แล้วกดลงเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงกด กดค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที แล้วปล่อย
เทคนิควิธีการนวดประสานฝ่าเท้า
- จากนั้นให้เปลี่ยนเท้าซ้ายทับเท้าขวา
- ทำตามขั้นตอนเดียวกัน สลับไปมา ประมาณ 4-5 ครั้ง

5. เทคนิควิธีการนวดบีบเท้า
- กำข้อเท้าของผู้รับการนวดหลวม ๆ
เทคนิควิธีการนวดบีบเท้า
- จากนั้นค่อย ๆ บีบแบบเน้น ๆ ไล่ไปจนถึงนิ้วเท้า
- ทำซ้ำกันอย่างน้อย 10 ครั้ง

6. เทคนิควิธีการนวดพับนิ้วเท้าขึ้นลง
- วางส่วนล่างของฝ่ามือผู้นวดบนโคนนิ้วเท้าของผู้รับการนวด แล้วกุมนิ้วเท้าทั้งหมดเอาไว้
เทคนิควิธีการนวดพับนิ้วเท้าขึ้นลง
- พับนิ้วเท้าไปข้างหลัง (ดันไปทางข้อเท้า) ค้างไว้ประมาณ 3 วินาที
- ดึงกลับมาด้านหน้า ค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ทำซ้ำประมาณ 5-10 ครั้ง

7. เทคนิควิธีการนวดกดจุด
เทคนิควิธีการนวดกดจุด
- ใช้หัวแม่มือกดหนัก ๆ ลงบนข้อเท้าด้านใน จากนั้นให้กดจุดไล่ไปรอบ ๆ ส้นเท้า ทำซ้ำประมาณ 5-10 รอบ

ประโยชน์ของการนวดเท้าพร้อมกันทั้งสองข้าง

เป็นการกระตุ้นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อเท้า
เพิ่มการยืดหยุ่นของข้อเท้า
กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต บริเวณส่วนล่างของร่างกาย
ปรับสมดุลให้กับระบบสืบพันธุ์ และอวัยวะบริเวณหลังส่วนล่าง
เทคนิควิธีการนวดเท้าทีละข้าง
8. เทคนิควิธีการนวดกดจุดบนฝ่าเท้า
- จับเท้าข้างใดข้างหนึ่งของผู้รับการนวดด้วยฝ่ามือทั้งสอง
- กดนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างลงบนจุดกึ่งกลางของฝ่าเท้า
เทคนิควิธีการนวดกดจุดบนฝ่าเท้า
- กดไล่ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงปลายเท้า ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง อย่างน้อย 5 ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

9. เทคนิควิธีการนวดกระตุกนิ้วเท้า
- วางส่วนล่างของฝ่ามือลงบนโคนนิ้วเท้า
- กำนิ้วเท้าทุกนิ้วเอาไว้
เทคนิควิธีการนวดกระตุกนิ้วเท้า เทคนิควิธีการนวดกระตุกนิ้วเท้า
- กระตุกนิ้วเท้าทุกนิ้วด้วยความแรงพอประมาณ ทำซ้ำอย่างน้อย 5-10 ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

10. เทคนิควิธีการนวดดึงนิ้วเท้า
เทคนิควิธีการนวดดึงนิ้วเท้า
- จับนิ้วเท้าทีละนิ้ว ดึงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจได้ยินเสียงกระดูกลั่นได้ ทำซ้ำจนครบทุกนิ้ว (การดึงนิ้วเท้าเหมาะสำหรับผู้นวดที่ชำนาญการนวด เพราะอาจเกิดอันตรายได้ง่าย)
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

11. เทคนิควิธีการนวดนิ้วเท้า
- ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลาง จับนิ้วเท้าแต่ละนิ้ว
เทคนิควิธีการนวดนิ้วเท้า
- ใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงปลายนิ้วเท้าที่จับไว้ พร้อมกับหมุนเป็นลักษณะวงกลม หลาย ๆ รอบ ทำซ้ำจนครบทุกนิ้ว
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

12. เทคนิควิธีการนวดยืดเท้า
- ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างจับปลายเท้าข้างใดข้างหนึ่งของผู้รับการนวด
- ให้นิ้วหัวแม่มือประสานกันบริเวณหลังเท้าตอนบนของผู้รับการนวด ยกขาขึ้นมา
เทคนิควิธีการนวดยืดเท้าเทคนิควิธีการนวดยืดเท้า
- จากนั้นให้กดนิ้วหัวแม่มือลงไป พร้อมกับดึงฝ่าเท้าเข้าหาตัว
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

13. เทคนิควิธีการนวดหมุนเท้า
- ใช้มือทั้งสองข้างจับฝ่าเท้าของผู้รับการนวด
เทคนิควิธีการนวดหมุนเท้า
- ใช้มือที่ถนัดจับปลายเท้าหมุนขึ้นลง ทำซ้ำประมาณ 3-5 ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

14. เทคนิควิธีการนวดกดเส้นเอ็นที่หลังเท้าส่วนบน
- ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนเส้นเอ็นที่หลังเท้าส่วนบนเป็นแนวโค้ง ไล่จากนิ้วหัวแม่เท้าไปจนถึงนิ้วก้อย ทำซ้ำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง
เทคนิควิธีการนวดกดเส้นเอ็นที่หลังเท้าส่วนบน
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

15. เทคนิควิธีการนวดกดเส้นเท้า
- ใช้มือทั้งสองข้างกุมฝ่าเท้าของผู้รับการนวด ให้นิ้วมือเรียงต่อกันตามแนวเส้นบนฝ่าเท้าที่ละเส้น
- นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างวางอยู่บนหลังเท้า
เทคนิควิธีการนวดกดเส้นเท้า
- จิกปลายนิ้วลงบนฝ่าเท้าพร้อม ๆ กัน ให้ครบทั้งห้าเส้นบนฝ่าเท้า
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

16. เทคนิควิธีการนวดหมุนส้นเท้า
- นั่งคุกเข่า ใช้มือจับปลายเท้าของผู้รับการนวด ส่วนมืออีกข้างหนึ่งจับส้นเท้าไว้
เทคนิควิธีการนวดหมุนส้นเท้า เทคนิควิธีการนวดหมุนส้นเท้า
- หมุนส้นเท้าเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกา ทำสลับไปมา 3-5 ครั้ง
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

17. เทคนิควิธีการนวดหมุนข้อเท้า
- นั่งคุกเข่าใช้มือจับข้อเท้าหลวมๆ ของผู้รับการนวด ส่วนมืออีกข้างหนึ่งจับปลายเท้าไว้
- หมุนปลายเท้าเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกาทำสลับไปมา 3-5 ครั้ง
เทคนิควิธีการนวดหมุนข้อเท้า เทคนิควิธีการนวดหมุนข้อเท้า
- ทำตามขั้นตอนเดียวกันกับเท้าอีกข้างหนึ่ง

18. เทคนิควิธีการนวดทุบส้นเท้า
- นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ผู้รับการนวด ยกขาข้างหนึ่งของผู้รับการนวดพาดบนหน้าตักไว้ ใช้มือข้างหนึ่งดันปลายเท้าไปทางศีรษะของผู้รับการนวด